Home l News l Video l Product l Download l Webboard
DEXPRESS TOSHOKAN: หนังสือ สำนักพิมพ์ DEXPRESS EVANGELION CHRONICLE DexClub Blog
Back to blog main

กำหนดวางจำหน่ายหนังสือ DEXPRESS เดือนมี.ค. 2554

February 11th, 2011 by dexpress

ห่างหายจากการแจ้งข่าวไปนาน ก็ขอแจ้งข่าวหนังสือของ DEXPRESS ที่จะออกในเดือนมีนาคมนี้ครับ
glorious04
1. กลอเรียสดอว์น เล่ม 4 ฤดูร้อนที่สาวน้อยไปทะเล
กลุ่มของโคไดคุงเพลิดเพลินกับวันหยุดพักร้อนที่รีสอร์ทในฤดูร้อน  แน่นอนว่ามีทีเซ่และเพื่อนในกลุ่มโรงเรียนมัธยมปลายโชบุนุมะร่วมไปเที่ยวด้วย  แต่ความบังเอิญก็เป็นสิ่งที่น่ากลัว  เพราะทีลกับชิสุกะ และซากุราโกะกับทีโอก็มาที่รีสอร์ทเดียวกันในเวลาเดียวกันเช่นกัน  ชักสังหรณ์แล้วสิว่าอาจจะมีความวุ่นวายอะไรบางอย่างเกิดขึ้น……  และตำนานอันน่าพิศวงที่เล่าขานสืบต่อกันมาที่แหลมคือ !?
นิวเวฟเลิฟแฟนตาซีที่โชจิ ทาคาชิมอบให้คุณ  มาถึงเล่ม 4 แล้ว !!

cutting02
2. CUTTING แค้นคืนชีพ - คดีของโทโมเอะ
“ตัวผมมันไม่มีค่าอะไร” คุโจ เคอิจิโร่ที่ถูกพ่อทอดทิ้งตั้งแต่วัยเยาว์คิดเช่นนั้นมาตลอด เมื่อเคอิจิโร่อยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่สองก็มีนักเรียนย้ายเข้ามาใหม่ เด็กผู้หญิงที่เขาไม่เคยเห็นหรือพบเจอมาก่อนที่มีชื่อว่าคุโจ โทโมเอะคนนั้นประกาศตัวว่าเธอเป็นน้องสาวของเคอิจิโร่ และยังเป็นผู้ที่ใช้ชื่อเดียวกันกับแม่ที่ตายไป และมีดวงตาสีเดียวกับเขา

kujibiki03
3. ผู้กล้ามากับดวง เล่ม 3 ใครเป็นนักบวชหญิงกัน!?
ผู้ติดตามเมเบลผู้ระริกระรี้ทุกครั้งที่มีการค้นพบใหม่ ๆ กับผู้กล้านาวาลจอมเซ่อแสนซื่อ ทั้งสองคนซึ่งออกเดินทางพร้อมกับเดี๋ยวทะเลาะเดี๋ยวคืนดี ได้ทำตาม ‘การจับฉลาก’ อันเป็นเครื่องชี้นำของพระเจ้าจนมาถึงตีนเขาของ ‘เทือกเขามังกร’ แหล่งกำเนิดปัญหาทั้งหมด การต่อต้านอันรุนแรงของลัทธิมังกร แผนร้ายที่วนเวียนอยู่รอบสงครามมนุษย์กับมังกร ทั้งสองคนจะก้าวข้ามอุปสรรคนานัปการและนำมาสันติภาพมาสู่โลกได้หรือไม่นะ ?
daimaoh03

4. นักเรียนน้องใหม่ สายพันธุ์จอมมาร เล่ม 3 ผู้กล้าปรากฏตัว
เมื่อพูดถึงหน้าร้อนก็ต้องห้องเรียนริมทะเลสินะ แต่ทว่าเกาะซึ่งเป็นเป้าหมายของห้องเรียนริมทะเล กลับเป็นที่ๆ มีตำนานของ “จอมมาร” และ “ผู้กล้าอยู่ อาคุโตะที่หวังจะเรียนอย่างสงบในห้องเรียนต้องเข้าไปพัวพันกับปัญหาใหญ่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังกันแน่ ไลท์โนเวลเลิฟคอเมดี้สไตล์จอมมารจำเป็นมาถึงเล่ม 3 แล้ว

5. GUNDAM WEAPONS MOBILE SUIT GUNDAM UNICORN (วางจำหน่ายปลายเดือนมี.ค.)
เล่มที่ 3 ของซีรีส์ GUNDAM WEAPONS กับผลงานฉลองครบรอบ 10 ปี ซีรีส์กันดั้มอย่าง “โมบิลสูทกันดั้มยูนิคอร์น” แน่นอนว่าเล่มนี้จะต้องเน้นตัวเอกอย่าง MG Gundam Unicorn และ MG Sinanju ผลงาน Ver.Ka ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงนั่นเอง

แจ้งข่าวเล็กน้อยสำหรับเดือนมี.ค.นี้ ไลท์โนเวลของสนพ. DEXPRESS ที่ร้านนายอินทร์ลดราคาพิเศษ 10% ทุกปกนะครับ สำหรับใครที่ไม่สะดวกไปงานสัปดาห์หนังสือก็ไปหาซื้อกันได้ ไม่ต้องไปที่งาน แต่สำหรับคนที่มาซื้อถึงที่งานเราจะมีโปรโมชั่นพิเศษกับบางบูธนะครับ คอยติดตามข่าวกันให้ดีๆ
แล้วก็คอนเฟิร์มแล้วแน่นอนว่า LIGHT NOVEL FESTA 2.0 มีแน่นอนครับ คราวนี้งานจะจัดวันสุดท้ายของงานเลยวันที่ 6 เม.ย. 2554 (วันจักรี) ที่ห้อง MEETING ROOM 2 ตั้งแต่เวลา 10.00 เป็นต้นไปจนเลิกงาน แน่นอนว่าโปรโมชั่นเพียบอีกเช่นเคย ฉะนั้นอย่าเพิ่งใช้เงินหมดกันก่อนนะจ้า และพลาดไม่ได้กับการประกาศลิขสิทธิ์อนิเมใหม่ๆ อีกเช่นเคยนะเอ้อ

[Review#3] Mahou Shoujo Lyrical Nanoha TYPE

January 12th, 2011 by dexpress

nanoha1
มีหนังสือดีๆ มารีวิวให้ดูกันอีกแล้วครับ คราวนี้ขอข้ามค่ายไปบ้างจากที่ผ่านมาเรารีวิวกันแต่หนังสือจาก Hobby JAPAN มางวดนี้เราจะไปข้ามไปทาง Kadokawa Shoten ที่ทำหนังสืออนิเมชั่นที่ขายดีที่สุดอย่าง Newtype กันบ้าง หนังสือที่นำมารีวิวในวันนี้คือ “Mahou Shojo Lyrical Nanoha TYPE” ครับ ไอ้คำว่า “TYPE” มาจากไหนมันก็ง่ายๆ ครับมันเป็นแบรนด์หนังสือของทาง Newtype เขาที่เดี๋ยวนี้เขาก็พ่วงคำว่า Type เข้าไป อย่างตอนนี้ก็มีนิตยสารรายเดือนที่เน้นแต่สาวๆ อย่าง Nyantype ออกมา (เน้นว่าอ่านว่าเนี้ยวไทป์ ไม่ใช่ มุสุเมะไทป์ ดังนั้นถ้าหากทางคิโนคุนิยะโทรมาบอกว่ามุสุเมะไทป์เข้ามาแล้วคือเล่มเดียวกัน ฮา) ส่วนถ้ามาจากสายนิตยสารเล่มอื่นๆ ก็จะพ่วงคำว่า ACE เข้าไปอย่าง Macross ACE, TYPE-MOON ACE ฯลฯ สำหรับเล่มที่ออกกลางเดือนที่ผ่านมานี้ถือเป็นนิตยสารพิเศษที่ออกมาเพื่อฉลองความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง Mahou Shojo Lyrical Nanoha The Movie 1st  ซึ่งออก DVD/Blu-ray ในช่วงเดียวกัน ดังนั้นหนังสือเล่มนี้ก็เลยจะเหมือนๆ กลายเป็น Fanbook แบบกลายๆ ไป ข้างในมีอะไรบ้างมาดูกัน
nanoha2
ช่วงหน้าๆ แรกก็จะเป็นข้อมูลทั้งในส่วนเนื้อเรื่องและตัวละครของฉบับภาพยนตร์ครับ แค่เล่าฉากของนาโนฮะกับเฟท ยังไม่รวมตัวละครอื่นๆ ก็อวยกันไปถึงกว่า 20 หน้าเลยทีเดียว อย่างข้างบนเป็นรวมฉากแปลงร่างของนาโนฮะ แคปมาเป็นช่องๆ
nanoha3
เนื้อเรื่องส่วนดราม่า ตอนฉากใกล้จบ ก่อนจะแลกริบบิ้นจิ้นกระจายกัน (อุ๊ยสปอย)
nanoha4
บทสัมภาษณ์ 2 นักพากย์หลัก มิซึกิ นานะ และทามูระ ยูคาริ ทั้งคู่วัยใกล้เคียงกันคืออายุ 17 ทั้งคู่ (ฮา)
nanoha5
พลาดไม่ได้คือการสรุปเรื่องราวของภาคการ์ตูน Mahou Shojo Lyrical Vivio และ Mahou Senki Lyrical Nanoha Force ซึ่งทั้งคู่ลงตีพิมพ์อยู่ในหนังสือ NyanTYPE และก็มีออกมาเป็นฉบับรวมเล่มแล้ว สำหรับฉบับการ์ตูนของนาโนฮะนี่่จริงๆ ต้องบอกว่าทาง Kadokawa ค่อนข้างชุบมือเปิบอยู่เหมือนกัน เพราะว่าที่ผ่านมาทางหนังสือที่โปรโมทซีรีส์นาโนฮะ อยู่เนืองนิจ จนในผลโหวตคาแรคเตอร์ไม่ค่อยจะมีใครชนะนาโนฮะกับเฟทก็คือนิตยสาร Megami Magazine ของสนพ.Gakken แต่นี่ลงทุนถึงขนาดเปิดนิตยสารให้ใหม่ ลงการ์ตูนอย่างต่อเนื่อง เล่นเอาทาง Megami Magazine เสียศูนย์ไปเหมือนกัน
nanoha6
อันนี้ไม่มีอะไรครับ เป็นรูปวาดพิเศษของอ.KUROGIN ที่เขียนภาพประกอบให้กับคอลัมน์ Maho Senki Lyrical Nanoha Force NEXT ที่ผมเรียกมันว่าเป็น MSV ของนาโนฮะ เพราะว่าในคอลัมน์นั้นจะเขียนอธิบายถึงอาวุธสุดล้ำที่ดันเอามาใช้จริงๆ กันในภาคการ์ตูน เปลี่ยนให้อาเจ๊นาโนฮะของเรากลายเป็นปีศาจสีขาวสมบูรณ์แบบ ถ้าอยากอ่านต่อก็ไปหาอ่านกันใน NyanTYPE กันเองละกันครับ
nanoha7
อันนี้หน้ารวมประวัติศาสตร์ของซีรีส์ Nanoha ตั้งแต่ปี 2004 ที่เริ่มเปิดตัวมาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย. มีทั้ง CD,DVD,สินค้า และอีเวนท์มากมายที่เกิดจากเรื่องนี้ (ว่าแต่ว่าไม่นับตอน Triangle Heart ด้วยเหรอ??)
nanoha8
การ์ตูนแถมในเล่มนี้มีทั้งแบบล้อเลียน และก็ตอนพิเศษของ Vivio ที่เขียนโดยอ.ฟูจิมะ ทาคุยะ (ซึ่งหลังๆ ผมว่าแกเขียนสวยขึ้นทีเดียว) ตอนพิเศษนี้เป็นของวีต้าจังครับ
nanoha9
nanoha10
nanoha11
ช่วงหน้าหลังจะเป็นการรวมสินค้าของที่ออกวางจำหน่ายโดยค่ายผู้ผลิตต่างๆ ครับ ซึ่งนี่เป็นสินค้าที่ออกจากเวอร์ชั่นภาพยนตร์อย่างเดียวนะครับ เยอะมากๆ เมื่อเทียบกับทีวีซีรีส์บางเรื่องที่ฉายอยู่ตอนนี้บางทียังมีสินค้าไม่ถึง 1/4 ของเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ
nanoha12
ด้านหลังจะเป็นพินอัพรวมการ์ดของ WeiB Schwarz ของทาง Bushiroad ซึ่งออกของซีรีส์นาโนฮะมาเยอะกว่า 227 ใบ ใครเล่นเด็คนี้ก็เอาไว้เป็นแคตตาล็อกได้ดีมาก
nanoha13
ของแถมในหนังสือชุดนี้เป็นปากกากับสมุด Schedule Notebook ครับ แน่นอนว่าไม่มีใครเอาปากกาออกมาใช้หรอกครับ
nanoha14
ด้านในหนังสือ เชื่อว่าก็ไม่มีใครใช้เขียนเหมือนกันแน่นอน 555

โดยรวมๆ แล้วก็เป็นหนังสือที่ถ้าเป็นแฟนของซีรีส์นาโนฮะก็ไม่น่าพลาดครับ ไม่มั่นใจว่าเล่มนี้ทาง Kinokuniya สั่งเข้ามาขายหรือเปล่า ถ้าใครสนใจก็ไปสอบถามกันดูได้
สำหรับการรีวิวเล่มต่อๆ ไป ก็ว่าจะขุดหนังสือเก่าๆ มาให้ดูกัน รอติดตามกันนะคร้าบ

[Review#2] Black Rock Shooter Phenomenon

January 4th, 2011 by dexpress

มีหนังสือดีๆ จาก Hobby JAPAN มาให้ดูกันอีกแล้วครับ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมาทาง Hobby JAPAN ได้ออกวางจำหน่ายหนังสือรวมข้อมูลของ Black Rock Shooter ในชื่อว่า Black Rock Shooter Phenomenon เอาใจแฟนๆ กันโดยเฉพาะ ว่าแต่ Black Rock Shooter นั้นคืออะไรกันน้า?

Black Rock Shooter นั้นเป็นคาแรคเตอร์ของคนที่ใช้นามปากกาว่า huke ซึ่งเขียนแล้วโพสรูปลงใน pixiv วันที่ 26 ธ.ค.ปี 2007 จากนั้นในปีถัดมา ryo แห่งกลุ่ม supercell ที่ได้เห็นภาพดังกล่าวก็เกิดแรงบันดาลใจแต่งออกมาเป็นเพลงชื่อ Black Rock Shooter แล้วโพสลงใน niconico จนมีผู้เข้าชมมากกว่า 1 ล้านคน จนในงาน WONDERFUL HOBBY LIFE FOR YOU!! 9 จึงได้มีการประกาศออกวางจำหน่ายฟิกเกอร์ของ Black Rock Shooter ตามมาด้วยการเปิดโปรเจคทำอนิเมชั่น และก็มีสินค้าตามออกมาเรื่อยๆ จนล่าสุดมีผู้เข้าชมเพลงนี้ผ่าน niconico แล้วมากกว่า 4 ล้านคน แถมยังมีโปรเจคทำเกมออกมาในช่วงฤดูร้อนนี้ด้วย
brs1
หนังสือ Black Rock Shooter นี้มีความหนาประมาณ 96 หน้า ส่วน 4 สี  88 หน้า ส่วนขาวดำ 8 หน้า ในเล่มอัดแน่นด้วยข้อมูลประวัติความเป็นมาทั้งหมดของ Black Rock Shooter ตั้งแต่เริ่มเปิดตัวจนถึงได้กลายเป็นอนิเมชั่น นอกจากนี้ก็ยังมีการรวบรวมสินค้าของ Black Rock Shooter ที่มีออกมาวางจำหน่ายทั้งหมดจนถึงเท่าที่รวบรวมได้ในปัจจุบัน (แน่นอนส่วนมากก็เป็นฟิกเกอร์ที่ออกวางจำหน่ายโดยทาง Good Smile Company อะนะ) แล้วก็มีส่วนสัมภาษณ์ทั้งในส่วนทีมงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนของสะสมและอนิเมชั่น (อ.ทานิกาวะ นาการุ ที่เป็นคนแต่งนิยายฮารุฮิก็เป็นคนแต่งเรื่องฉบับอนิเมชั่นนะ) เรียกได้ว่าเปิดๆ ไปแล้วก็เกิดกิเลสกันได้เลยทีเดียวละ
brs2
อันนี้ขาดไม่ได้เลย เนื้อเพลง Black Rock Shooter ซึ่งเอามาใช้กับภาพอนิเมชั่นชุด PILOT EDITION ที่ได้รับการตอบรับกันเป็นอย่างดี จนทำให้โปรเจคอนิเมชั่นยาว 50 นาทีสามารถเดินหน้าต่อไปได้
brs3
รวมภาพอิลลัสท์ จากทั้งในส่วนของอนิเมชั่น และคีย์วิชวล จากทั้งฝีมือของ huke เองและคาแรคเตอร์ดีไซน์เนอร์ ถ้าใครที่มีโอกาสได้ดูแผ่นเบื้องหลังของ Blu-ray แล้วจะพบเลยว่า huke นี่ฝีมือของจริง เพราะว่าเขาเขียนรูปโดยไม่ได้ร่างรูป แต่ใช้วิธีการถมดำไปก่อนแล้วจึงค่อยๆ แต่งรูปไปเรื่อย
brs4
รวมภาพฟิกเกอร์และต้นแบบคอนเซปท์ กว่าที่จะปั้นออกมาได้เป็นตัวๆ แบบนี้ไม่ง่ายเลยทีเดียว
brs5
ภาพ Character Setting จากฉบับอนิเมชั่น
brs6
รวมของแปลกอย่างรถ ITASHA ที่แต่งเป็นลาย Black Rock Shooter รวมถึงข้อมูลของ Blu-ray Set ที่ออกวางจำหน่ายไปเมื่อปลายปีด้วย

โดยรวมแล้วก็ต้องบอกว่าคงเป็นหนังสือที่คนที่ชื่นชอบคาแรคเตอร์อย่าง Black Rock Shooter คงอ่านแล้วอิ่มกันเลยทีเดียว ซึ่งจริงๆ ที่ผ่านมาคาแรคเตอร์อย่าง Black Rock Shooter ก็ค่อนข้างจะมีเสน่ห์ดึงดูดให้คนชอบได้อย่างน่าประหลาดอยู่แล้ว (จริงๆ นะ ขนาดคนที่ไม่รู้จักยังบอกว่าคาแรคเตอร์มันโดนเลย) น่าเสียดายน่าจะรวมถึงข้อมูลถึง Strength ที่กำลังจะออกเป็นทั้ง Figma และ PVC Figure ซะหน่อย จะถือว่าครบสมบูรณ์เลยทีเดียว แต่อย่างที่เขาเขียนโฆษณาไว้ แค่ภาพๆ เดียวก็ทำให้ทุกอย่างมันเกิดขึ้นมาได้ การที่มันก้าวมาไกลถึงขนาดนี้ได้ก็ต้องยกเครดิตให้กับสื่ออย่างอินเตอร์เน็ตเลยจริงๆ ที่ทำให้ทุกคนรู้จักเรื่องนี้ได้ …แหม ถ้าได้มีโอกาสพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์บ้างก็น่าจะดีนะเนี่ย เพราะบ้านเราก็น่าจะมีคนชอบเยอะ

กำหนดวางจำหน่ายหนังสือ DEXPRESS เดือนธ.ค.ครับ

November 25th, 2010 by dexpress

แจ้งกำหนดวางจำหน่ายหนังสือเดือนธันวาคมนี้ครับ

วันที่ 8 ธ.ค. 2553
1.นักเรียนน้องใหม่สายพันธุ์จอมมาร เล่ม 2 ราคาปก 149 บาท
ในชั้นเรียนเวทมนตร์ อาคุโตะควบคุมพลังผิดพลาดจนทำให้เสื้อผ้าจุนโกะขาดกระเด็น อาจารย์มิตสึโกะจึงแนะนำสถานที่สำหรับฝึกฝนจิตใจให้เขา แต่ ณ ที่นั่น อาคุโตะบังเอิญพบเข้ากับแผนที่สมบัติลับ เขาปรึกษากับประธานนักเรียนและตัดสินใจเก็บเรื่องแผนที่เป็นความลับ แต่ไม่นานนักแผนที่ก็ถูกเผยแพร่ออกไป เหล่านักเรียนต่างก็จ้องจะออกหาสมบัติกันจนทั่วทั้งโรงเรียนโกลาหลไปหมด….
ฉบับวางจำหน่ายครั้งแรก มาพร้อมปลอกสวม และปฏิทินพกจำนวนจำกัด
daimaoh2calendar2

 

 

 

 

 

 

 

 

2.กลอเรียสดอว์น เล่ม 3 ราตรีที่สาวน้อยเตร็ดเตร่ ราคาปก 149 บาท
มีปัญหาเกิดขึ้นกับความสัมพันธ์อยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์โลกกับbioคราฟท์ ที่เป็นสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก  ดูเหมือนว่าคนที่เป็น “นักล่า bioพาร์ทเนอร์” ก็คือทีโอ น้องสาวของทีเซ่  แต่ทว่าเบื้องหลังนั้นกลับเป็นแผนการร้ายจากองค์กรลับ……!?
นอกจากนี้  ปริศนาที่ว่าเหตุใดโอเสะ ซากุราโกะซึ่งเป็น bioพาร์ทเนอร์ของทีโอจึงต้องกระทำการอุกอาจก็กำลังเปิดเผยทีละน้อย  สุดท้ายแล้วโคไดจะสามารถเปิดประตูหัวใจที่ซากุราโกะปิดตายไว้ได้หรือไม่ ?
ฉบับวางจำหน่ายครั้งแรก มาพร้อมปลอกสวม และปฏิทินพกจำนวนจำกัด
glorious03calendar

 

 

 

 

 

 

 

 

วันที่ 15 ธ.ค. 2553
3.มือใหม่หัดเล่นกันพลา HANDBOOK OF “GUNPLA” MODELING  NOMOKEN extra edition ราคาปก 170 บาท
รวมเทคนิคสำหรับนักเล่นกันพลามือใหม่ เพียงเล่มเดียวก็ทำให้คุณต่อกันพลาได้อย่างใจ
nomokensp

 

 

 

 

 

 

 

 

ปลายเดือนธ.ค. 2553
4.S.I.C. TAMASHII TAIZEN ราคาปก 270 บาท
หนังสือรวมรวมเนื้อหาของเล่นซีรีส์ S.I.C. ซึ่งออกวางจำหน่ายมานานกว่า 10 ปี มีมากกว่า 100 แบบทั้งตัวพิเศษ และ Limited Edition ทั้งหลาย อยู่ในเล่มเดียว สำหรับผู้ที่เคยซื้อทั้งของเล่นซีรีส์นี้ และรวมถึงยังไม่เคยซื้อ นี่คือแคตตาล็อกที่คุณควรมีเอาไว้
sictamashiicover

Evangelion Chronicle เล่ม 1-10 เตรียมออกวางจำหน่ายเป็น BOXSET

November 16th, 2010 by dexpress

box-evangelionหลังจากได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 16 ที่ผ่านมา สำหรับท่านที่พลาดการเป็นเจ้าของหนังสือชุด BOXSET 1 ของ Evangelion Chronicle ก็เตรียมหาซื้อได้ตามร้านหนังสือการ์ตูนใหญ่ๆ กันได้แล้วครับ โดย BOXSET ชุดนี้จะบรรจุหนังสือเล่มที่ 1-10 เอาไว้ และกำหนดราคาขายทั้งชุดอยู่ที่ 1,000 บาท (บางร้านจะถูกกว่านี้ตามส่วนลดของแต่ละร้าน)
สำหรับท่านที่มีหนังสืออยู่แล้วและสนใจจะเป็นเจ้าของกล่องสะสมชุดนี้รอติดตามข่าวได้ เราจะแจ้งให้ทราบว่าร้านใด หรือสถานที่ใดจะรับขายกล่องสะสมชุดนี้แบบเปล่าๆ บ้าง

ส่วนท่านที่กำลังรอหนังสือเล่ม 12 กรุณาอดใจรอซักพัก เรากำลังเตรียมต้นฉบับอยู่ ขอให้อดใจรอซักนิดครับผม

ประกาศลิขสิทธิ์ไลท์โนเวลจาก Hobby Japan ครับ

July 2nd, 2010 by dexpress

เอาสั้นๆ ง่ายๆ ละตามข่าวที่เรากำลังจะจัด Light Novel Festa ละกันครับ ทางสนพ.ขอประกาศลิขสิทธิ์ไลท์โนเวลจากสำนักพิมพ์ Hobby JAPAN 3 เรื่องดังนี้ครับ
glorious01glorious02
กลอเรียสดอว์น เล่ม 1-2
Glorious Dawn
Story by Takashi Syoji
Illustration by Shiki Douji

cutting01

Cutting เชือด คืนชีพ..คดีของมิโอะ
CUTTING - Case of Mio -
Story by Daisuke Haneta
Illustration by MO

daimaoh01
นักเรียนน้องใหม่สายพันธุ์จอมมาร
Ichiban Ushiro no Daimaoh 1
Story by Shoutarou Mizuki
Illustration by Souichi Itou

อย่าลืมไปอุดหนุนกันนะครับ มีโปรโมชั่นของแถมเพียบ

[Review#1] S.H.Figuarts Collection Book

March 31st, 2010 by dexpress

สวัสดีเพื่อนๆ ทั้งหลาย วันนี้มีของดีๆ มารีวิวให้ดูกันครับ ด้วยความกรุณาของคุณ Hobby Japan ส่งหนังสือตัวอย่างดีๆ มาให้ก็เลยขอเอามาให้ดูกันซักหน่อย เป็นหนังสือ S.H.Figuarts Collection Book ที่เพิ่งออกวางจำหน่ายสดๆ ร้อนๆ ในญี่ปุ่นครับdsc01040

มาดูที่หน้าปกกันก่อน
dsc01041
ด้านในก็แน่นอนว่าแนะนำในส่วนของตัว S.H.Figuarts Rider W ที่ตอนนี้ในญี่ปุ่นหาของยากมาก แต่ว่าในไทยหาได้ง่ายสุดๆ และก็มีแนะนำบอดี้ไทป์ต่างๆ ของซีรีส์นี้
dsc01042 แน่นอนว่าต้องโปรโมทตัวลิมิตที่ต้องให้สั่งจองผ่านทางหนังสือเล่มนี้ Masked Rider W Cyclone CyClone, กับ Joker Joker
dsc01043พวกตัวแพ็คขายคู่ ออฟชั่นเพียบ ซื้อกันเข้าไป
dsc01044
มีทั้งฐานแบบพิเศษ และ Jumbo Decade จากภาค All Rider อันนี้เป็นตัวโชว์มะมีขาย

dsc01045
ฐานแบบพิเศษสำหรับชุดซีรีส์ Agito อันนี้ก็ของโชว์เหมือนกันไม่มีขาย
dsc01046
แน่นอนว่าไม่ลืมของเก่า มีการแนะนำซีรีส์ Soushaku Henshin ที่เคยออกก่อนหน้าซีรีส์นี้ก่อนจะเปลี่ยนเป็น S.H.Figuart ด้วย
เอาว่าให้ดูคร่าวๆ แค่นี้ก่อนละกันครับ ที่เหลืออุดหนุนแล้วก็ตัดคูปองไปและซื้อดับเบิลตัวพิเศษกันเองละกันเน่อ

ประกาศลิขสิทธิ์หนังสือจาก Hobby Japan ครับ

March 8th, 2010 by dexpress

สำนักพิมพ์ DEXPRESS PUBLISHING ในเครือของบริษัท Dream Express [DEX] Co.,Ltd. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งว่า…จริงๆ ก็อยากจะพิมพ์ขึ้นต้นประมาณนี้อะครับ แต่ว่ามันทางการไปนิด เอาเป็นว่าใน Blog เราก็แจ้งข่าวกันแบบง่ายๆ ก็แล้วกันครับ อย่างที่เคยมีแอบๆ ไปเกริ่นในเวปบอร์ดซักพักแล้วว่าเราได้ลิขสิทธิ์หนังสือจาก Hobby Japan มาก็เลยอยากจะมาประกาศอย่างเป็นทางการตรงนี้ทั้งหมด 5 เล่มครับ

GUNDAM WEAPON Mobile Suit Gundam SEED Destiny

GUNDAM WEAPONS Mobile Suit Gundam SEED Destiny

 เล่มแรก GUNDAM WEAPONS Mobile Suit Gundam SEED Destiny ครับ รวมเทคนิคการดัดแปลงหุ่นจากซีรีส์ SEED Destiny แบบตัวหลักๆ จนถึงภาคเสริมในการ์ตูนอย่าง Delta Astray ไปยัน Stargazer อันนี้แฟนๆ ของซีรีส์นี้ไม่ควรพลาดครับ

GUNDAM WEAPONS Mobile Suit Gundam 00

GUNDAM WEAPONS Mobile Suit Gundam 00

เล่มที่สอง Mobile Suit Gundam 00 Special Edition เล่มแรกของซีรีส์ Gundam 00 ครับ รวบรวมหุ่นยนต์จากซีซั่นแรกตั้งแต่เอ็กเซีย ยันไปถึงแฟล็ก พร้อมคอลัมน์พิเศษในเล่มครับผม

GUNDAM WEAPONS Mobile Suit Gundam Unicorn

GUNDAM WEAPONS Mobile Suit Gundam Unicorn

เล่มที่ 3 ต้อนรับซีรีส์ใหม่ล่าสุดของกันดั้มที่แฟนๆ รอคอย Mobile Suit Gundam Unicorn ข้างในแน่นอนว่ามีเทคนิคการดัดแปลงตัวหลักอย่างยูนิคอร์น,ซินันจู,กีล่าซูลู ฯลฯ อีกมากมาย เอาไว้อ่านก่อนที่จะได้ดูของจริงก็แล้วกันครับ

NOMOKEN Extra Edition

NOMOKEN Extra Edition

เล่มที่ 4 ซึ่งควรจะออกวางจำหน่ายเป็นเล่มแรก (จริงๆ นะ) NOMOKEN Special Edition เล่มพิเศษของ NOMOKEN ผู้คร่ำหวอดในวงการประกอบพลาโม ซึ่งเคยมีหนังสือสอนเทคนิคในการต่อพลาโมปกติออกมาแล้ว 2 เล่ม แต่สำหรับเล่มนี้เป็นเล่มพิเศษสอนต่อกันพลากันโดยเฉพาะ ดังนั้นแล้วมือใหม่ทั้งหลายที่อยากเริ่มเล่นกันพลาควรมีเอาไว้ศึกษาอย่างยิ่ง

S.I.C. Tamashii Taizen

S.I.C. Tamashii Taizen

เล่มสุดท้ายเป็นของแปลกๆ ที่แฟนๆ น่าจะอยากจะสะสมกันครับ ถ้าไม่มีเงินซื้อของเล่นซีรีส์นี้ S.I.C. Tamashii Taizen เล่มเดียวที่รวบรวมข้อมูลของสินค้าซีรีส์ S.I.C. เอาไว้เยอะที่สุด มากกว่าเล่ม Collection เล่ม 1-2 ที่ทาง Hobby Japan เคยออกวางจำหน่ายมาเสียอีก เพราะว่ามีข้อมูลถึง 100 กว่าแบบที่ทาง BANDAI เคยออกวางจำหน่ายมา และพิเศษตรงที่ว่าเราเป็นสนพ.เดียวที่ลิขสิทธิ์ได้พิมพ์นอกประเทศญี่ปุ่นอยู่ในขณะนี้ด้วย แฟนๆ ไรเดอร์ทั้งหลายห้ามพลาดสะสมครับ

สำหรับในเรื่องตารางการออก และจะวางจำหน่ายที่ไหนจะมาแจ้งให้ทราบกันภายหลังครับ แต่บอกเอาไว้ก่อนว่าทั้งหมดวางจำหน่ายในปีนี้หมดแน่ๆ ครับ อันที่จริงแล้วเรายังมีลิขสิทธิ์หนังสืออื่นๆ ประกาศให้ทราบอีก แต่ว่าจะมาบอกกันคราวหน้าก็แล้วกันครับ

ไป NAKANO กันเถอะ!!

November 26th, 2009 by dexpress
      ไม่ได้มาอัพเดทกันซะนานเลย มางวดนี้ก็เลยเอาประสบการณ์ที่ไปญี่ปุ่นมาเล่าสู่กันฟังครับ นอกจากภารกิจของบริษัทส่วนหนึ่งที่จะต้องไปจัดการแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่พลาดไม่ได้เลยสำหรับการไปญี่ปุ่นก็คือการไปซื้อหนังสือครับ เนื่องจากว่าอย่างที่รู้กันอยู่ว่าบ้านเราการซื้อหนังสือผ่านทางไม่ว่าจะร้าน Kinokuniya หรือว่า Tokyodo ก็ตามที เรทราคาหนังสือนั้นจะอยู่ที่ระดับ 0.5 - 0.55 แม้ว่าจะมีบัตรสมาชิกลดราคาแล้วก็ตาม แต่ว่าสำหรับหนังสือในญี่ปุ่นแล้วถ้าคุณมีโอกาสไปถึงยังร้านอย่าง Book Off แล้วละก็การ์ตูนฉบับรวมเล่มสภาพดีๆ เล่มละ 100 เยน มีให้เลือกไม่อั้นครับ ยิ่งถ้ารวมค่าส่งแบบ Sea Mail (เขาจะเรียกว่า Surface) กลับมาแล้วก็ยังถือว่าคุ้มค่ากว่าการซื้อในบ้านเราเยอะครับ ในฐานะที่ผมเองได้มีโอกาสไปหลายๆ ครั้งและส่วนมากจะเสียเงินกับการซื้อหนังสือมือสองและการหยอด PRIZE (อันนี้คิดว่าชั่วโมงบินสูงมากแล้ว เอาไว้จะมาเล่าให้ฟังทีหลังครับ) ก็เลยจะมาเล่าสู่กันฟังถึงการไปซื้อหนังสือจากแหล่งที่ผมคิดว่าโอเคมากๆ สำหรับการไปซักครั้งนึงอย่าง NAKANO ให้ฟังครับ (ทำไมถึงโอเคมากๆ จะบอกให้ฟังครับ)

Railway to Nakano

Railway to Nakano

สำหรับ NAKANO นั้นเมืองสถานีที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของโตเกียวครับ ถ้าใครได้พักไปญี่ปุ่นแล้วพักอยู่แถว Ikebukuro (อิเคบุคุโระ) หรือว่า Shinjuku (ชินจูกุ) แล้วละก็ถือว่าสะดวกสำหรับการเดินทางไปมากครับ เพราะว่านั่งรถไฟไปแป้บเดียวก็ถึง โดยถ้ามาจากสถานี Shinjuku แล้วสามารถนั่งรถไฟแบบด่วน Chuo Line (Rapid Service) สายสีส้ม ประมาณชานชลาที่ 7-8 ประมาณนี้ ก็จะมาถึงในอึดใจเดียวเพราะว่าเขาจะวิ่งข้ามสถานีอื่นๆ ครับมาถึงในป้ายเดียวครับ ส่วนอิเคะบุคุโระนั้นท่านจะต้องนั่งรถไฟสาย JR Yamanote เปลี่ยนมาสถานี Takadanobaba แล้วก็เปลี่ยนมานั่งรถไฟใต้ดินของ Tokyo Metro ก็จะถึงได้ ที่ผมแนะนำเฉพาะคนที่พักแถวนี้ก็เพราะว่าหากท่านมาจากพวก Asakusa หรือว่าพวกเมืองที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกมันจะไม่ค่อยคุ้มครับ เพราะท่านต้องเสียเวลาเปลี่ยนรถ นั่งรถข้ามเมือง แถมถ้าอยู่แถวนั้นจริงๆ ไป Akihabara เถอะครับ สะดวกกว่าเยอะ
      จริงๆ แล้วสำหรับท่านที่อยู่แถว Ikebukuro จริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องมาก็ได้ครับ เพราะว่าจริงๆ แล้วแถวโรงแรม Sunshine ที่คนไทยชอบจัดทัวร์ไปพักกันก็มีแหล่งขายการ์ตูนเยอะแยะอยู่แล้ว แต่หลังๆ มันจะออกไปทางสายสาว Y รับกระแส Otome Road ที่เขาร่ำลือกันมากกว่า ทำให้สำหรับท่านชาย (แท้ๆ) ที่อยากจะหาของสำหรับตัวเองก็อาจจะหาไม่เจอก็ได้เพราะว่าร้านค้าแถวนี้ก็เริ่มเปลี่ยนไป๋เยอะ อย่างเช่นร้านการ์ตูนประจำของผมในย่านนี้ที่ชื่อว่า “Manga no Mori” เองก็ยังเปลี่ยนชื่อไปเป็นร้านไปเน้นขายแนว BL โดยเฉพาะเลยด้วย (ทั้งๆ ที่ป้ายโฆษณาร้าน Manga no Mori ก็ยังอยู่!! น่าเจ็บใจจริงๆ) และที่สำคัญร้าน Book-Off (ซึ่งผมจะกล่าวถึงในตอนหลัง) ก็กำลังจะไปเปิดที่อิเคะบุคุโระด้วย ทำให้จริงๆ แล้วท่านไม่ต้องออกมาจากย่านนั้นเลยก็ยังได้ แต่ในเมื่อวันนี้เราจะไป NAKANO แล้วผมก็จะขอไปแนะนำต่อครับ

หากนั่งรถไฟสาย Chuo ออกมาแล้วจะเจอหน้าสถานีนี้ครับ

หากนั่งรถไฟสาย Chuo ออกมาแล้วจะเจอหน้าสถานีนี้ครับ

ส่วนถ้ามาทางรถไฟใต้ดินของ Metro จะต้องหยุดที่ป้ายนี้ครับ

ส่วนถ้ามาทางรถไฟใต้ดินของ Metro จะต้องหยุดที่ป้ายนี้ครับ

สำหรับ NAKANO แล้วก็เป็นหนึ่งในสถานที่ซึ่งถูกแนะนำเอาไว้ในหนังสือไกด์บุ๊คสำหรับชาวการ์ตูนหลายๆ เล่มเหมือนกันครับ แต่บอกตามตรงครับว่าเอาเข้าจริงๆ แล้วไม่ค่อยมีใครเขาจะมากันหรอกครับ เพราะว่าจริงๆ มันค่อนข้างจะไกลจากเมืองเหมือนกัน ถ้าภาษาบ้านๆ สำหรับผมก็คือว่า “บ้านนอก” เลยแหละครับ สำหรับคนการ์ตูนที่มาที่นี่ต้องตั้งใจมามากๆ เพราะว่ามาแล้วก็จะมีแต่ตึกนี้เท่านั้นไปทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้เลย แต่ก็เพราะว่าไปทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้เลยก็เลยสามารถใช้เวลาที่นี่ได้ทั้งวันเหมือนกันครับ ถ้าให้ผมละเลียดดูของตั้งตึกนี้อยู่จนถึงดึกก็สามารถทำได้ครับเพราะของเขาเยอะจริงๆ แต่ว่าส่วนมากอยู่ไม่เคยเกิน 5 โมงซักทีครับ เพราะว่าคนที่ออฟฟิศเรียกให้ไปที่อื่นก่อนทุกที (ฮา) เรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ผมต้องบอกทุกคนก่อนมาที่นี่ก็คือว่าร้านค้าของที่นี่จะเปิดให้บริการเวลา 12.00 น.เป็นต้นไปนะครับ ถ้าท่านมาก่อนก็ได้แต่มาแกร่วแน่นอน ดังนั้นแล้วไปทำธุระหรือเที่ยวที่อื่นๆ ให้เรียบร้อยช่วงเช้าก่อนแล้วค่อยมาที่นี่ก็ยังไม่สาย

หน้าห้าง Nakano Sunmall ด้านในจะมี Nakano Broadway อีกที

หน้าห้าง Nakano Sunmall ด้านในจะมี Nakano Broadway อีกที

เมื่อท่านมาถึงหน้าสถานี JR Nakano แล้วให้เลี้ยวออกมาทางขวาเพื่อมายัง Nakano Sunmall ครับ ดังนั้นให้ออกมาทางขวาแล้วเดินตรงเข้าไปตามรูปด้านบนทางซ้ายเลยครับ สองข้างทางของ Nakano Sunmall จะเป็นพวกร้านขายของมากมายตั้งแต่ร้านอาหาร เสื้อผ้า เครื่องไฟฟ้า ยา รวมถึงฟาสต์ฟู้ดก็มี เป็นสถานที่ช็อปปิ้งที่ใช้ได้แห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ พอเดินเข้ามาจนสุดห้างก็จะเจอเป็นห้างต่ออีกชั้นนั่นก็คือ Nakano Broadway สำหรับท่านที่ไม่มั่นใจในเส้นทางการเดินเข้าไปสามารถเข้าไปดูได้ที่เวปไซต์นี้ครับ http://bwy.jp/ เขามีบริการจัดทัวร์ด้วย เข้าไปถึงแล้วก็พุ่งขึ้นบันไดเลื่อนไปเลยครับ บันไดเลื่อนจะพาท่านไปถึงชั้น 3 ก่อนเลย

โซน Mandarake และโซนรับซื้อของ

โซน Mandarake และโซนรับซื้อของ

สาเหตุที่ทำให้ผมต้องแนะนำให้คุณมาที่นี่ก็เพราะว่าที่ Nakano Broadway แห่งนี้มีร้าน Mandarake อยู่ครับ และไม่ใช่เพียงแค่ร้านเดียว แต่ว่าเรียกได้ว่าชั้น 3-4 ของที่แห่งนี้เป็นร้าน Mandarake เกือบทั้งหมดเลยก็ว่าได้ครับ ร้าน Mandarake นี้สินค้าทุกอย่างที่ขายในร้านนั้นจะเป็นของมือสองทั้งหมด และที่สาขานี้ซึ่งเป็นสาขาใหญ่ที่สุดนั้นเป็นเพียงสาขาเดียวที่มีการแบ่งแยกแต่ละแผนกออกเป็นแต่ละร้านแยกจากกัน เพราะเรื่องของเรื่องก็คือว่าที่นี่ทาง Mandarake เขาไม่ได้สร้างเอง แต่ว่าอาศัยมาเช่าอยู่ในตึกที่เขาสร้างเอาไว้แล้ว ทำให้มีการแบ่งออกเป็นห้องๆ ดังนั้นแล้วก็เลยทำให้มีการแบ่งสินค้าออกไปตามร้านต่างๆ แยกกันอย่างชัดเจน ในแง่ของหนังสือนั้นก็จะมี 2 ชั้นเหมือนกันครับ คือกลุ่มหนังสือผู้ชาย-ผู้หญิงทั่วไปจะอยู่ที่ชั้น 3 ส่วนพวกหนังสือสำหรับพวก Mania เช่นพวกหนังสือเก่าๆ ,หนังสือฮีโร่,หนังสืออนิเมชั่น ที่เฉพาะทางมากๆ จะไปอยู่ชั้น 4 ครับ แม้ว่าบางเล่มนั้นจะมีอยู่ทั้งสองชั้น แต่ว่าไม่ว่าจะซื้อจากร้านไหนก็ราคาเท่ากันครับ
      อนึ่งจริงๆ แล้วมีกูรูท่านหนึ่งบอกผมมาเหมือนกันว่าถ้าอยากจะซื้อหนังสือเก่าจริงๆ แล้วควรจะซื้อที่ร้าน Book Off เพราะว่าจะถูกกว่า และถ้ายิ่งไปถูกสาขาอย่างฮาราจูกุก็จะได้มีโอกาสได้ของดีๆ เยอะ แต่หลังจากเดินสำรวจมาหลายๆ ครั้งแล้วผมกลับรู้สึกว่าที่ Mandarake มันดีกว่า เพราะว่า 1.คือด้วยระบบประเมินราคาขายที่ร้าน Book Off ทำให้หนังสือบางประเภทได้ราคารับซื้อที่ต่ำกว่า ทำให้หนังสือเฉพาะทางที่ผมชอบซื้อมันจะหาไม่ได้ที่ Book Off เพราะว่าไม่มีใครไปขาย 2.Book Off ก็สมชื่อร้านคือมีแต่หนังสือ แต่ว่าที่ Mandarake นั้นนอกจากหนังสือแล้วยังมีของอื่นๆ ด้วย เรียกว่าเดินดูก็เป็นอาหารตาแล้ว ก็เลยทำให้ผมแนะนำ Mandarake ดีกว่า

อย่างซ้ายคือ Mandarake Card ขายการ์ดอย่างเดียว ส่วนขวาคือ Special ขายของเล่นกับ Prize ล้วนๆ

อย่างซ้ายคือ Mandarake Card ขายการ์ดอย่างเดียว ส่วนขวาคือ Special ขายของเล่นกับ Prize ล้วนๆ

ทีนี้มาส่วนของหนังสือกันบ้าง สำหรับหนังสือประเภทการ์ตูนนั้นก็จะมีด้วยกันหลายแบบในร้าน Mandarake ครับ โดยประเภทแรกพวกยอดฮิตนั้นเขาจะวางอยู่ด้านหน้าครับ แบบว่ามีคนมาขายประจำทำให้มันไม่มีราคาความหายาก มุมนี้ก็เลยจะราคาอยู่ที่ 105 เยนเท่านั้น (คิดดูละกันว่าขายได้ราคาเท่าไหร่) ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าทาง Mandarake ทำมุมนี้มาเพื่อฟัดกับร้าน Book Off ที่การ์ตูนเขาจะเฉลี่ยราคาเท่านี้หมดครับ พอเข้าไปด้านในหนังสือก็จะมีหลายราคาแตกต่างกันไป สำหรับที่สาขา Nakano นี้เขาจะดีตรงที่มีการแบ่งแยกฝากไปเลยสำหรับการ์ตูนผู้ชายและการ์ตูนผู้หญิง ซึ่งแน่นอนว่าการ์ตูนผู้ชายนั้นก็จะรวมไปจนถึงพวก 18+ และสำหรับการ์ตูนผู้หญิงก็จะรวมไปจนถึงพวก BL ด้วย (ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่กล้าเดินเข้าไปโซนนั้นเลยอะ)

ด้านหน้าคือโซน 105 เยน ส่วนของดีๆ เขาจะใส่เอาไว้ในตู้ (ซึ่งราคาแพงมากๆ)
ด้านหน้าคือโซน 105 เยน ส่วนของดีๆ เขาจะใส่เอาไว้ในตู้ (ซึ่งราคาแพงมากๆ)

    นอกจากพวกของหนังสือแล้วที่ Nakano นี้ก็มีการขายพวกชุดคอสเพลย์ รวมถึงสินค้าของแถมหายากตามอีเวนท์ต่างๆ ด้วยแน่นอนว่าของพวกนี้ราคานั้นขึ้นอยู่กับความหายาก ยิ่งมีน้อยเท่าไหร่ยิ่งแพง สำหรับท่านที่สนใจคอสเพลย์ โดยส่วนตัวแนะนำว่าอย่าซื้อที่นากาโน่ครับ ตัดกับป้าแถวประตูน้ำถูกกว่าเยอะ (บางทีชุดที่นั่นก็ตัดที่นี่ก็มีนะ) แต่ถ้าจะดูเอาเพลินก็พอไหว นอกจากร้านที่ว่ามาแล้วผมถูกใจร้านนึงมากครับคือร้าน Madarake Omake no Oya (ร้านของแถม) ร้านนี้จะขายแต่พวกของแถมที่มากับสินค้าต่างๆ ครับ เหมือนกันบ้านเราที่สมัยก่อนซื้อขนมแล้วแถมตุ๊กตุ่น ตุ๊กตา ของแถมเด็ดๆ ที่พูดถึงทีไรก็ร้อง อ้อ อ้อ แต่สุดท้ายก็ไม่ค่อยจะมีใครเก็บเอาไว้ แต่ที่นี่เขาเก็บเอาไว้แล้วเอามาขายกันได้ราคาดีมาก เลยทำให้รู้สึกเสียดายที่บ้านเราไม่มีใครปลุกกระแสให้เห็นความสำคัญของของพวกนี้เท่าไหร่

ด้านซ้ายของ Omake ของแถมล้วนๆ ครับ ส่วนขวาเป็นร้านหนังสือหายาก บางเล่มราคาถึงแสนเยนก็มี

ด้านซ้ายของ Omake ของแถมล้วนๆ ครับ ส่วนขวาเป็นร้านหนังสือหายาก บางเล่มราคาถึงแสนเยนก็มี

ร้าน Mania จะมี 2 ฝั่งครับ ทางซ้ายเป็นส่วนที่เพิ่มมาใหม่ เอาหนังสือใส่ตู้กระจกเป็นอย่างดี ส่วนขวานั้นเป็นหนังสือเก่ามากๆ ครับ

ร้าน Mania จะมี 2 ฝั่งครับ ทางซ้ายเป็นส่วนที่เพิ่มมาใหม่ เอาหนังสือใส่ตู้กระจกเป็นอย่างดี ส่วนขวานั้นเป็นหนังสือเก่ามากๆ ครับ

หนังสือดาราญี่ปุ่น รวมถึงตุ๊กตาก็มีเช่นกัน แต่เชื่อว่าพวกคนเล่นตุ๊กตาคงไม่นิยมเท่าไหร่ เพราะว่าเล่นมือหนึ่งน่าจะดีกว่า

หนังสือดาราญี่ปุ่น รวมถึงตุ๊กตาก็มีเช่นกัน แต่เชื่อว่าพวกคนเล่นตุ๊กตาคงไม่นิยมเท่าไหร่ เพราะว่าเล่นมือหนึ่งน่าจะดี

พวกเซลอนิเมก็มี ด้านขวานี่เด็ดที่สุดครับคือ Mandarake Micro ขายพวกตุ๊กตุ่นจิ๋วเช่นพวก คินนิคุแมนครับกำลังฮิตมากๆ บ้านเราหาได้ตามร้านขายขนมหน้าโรงเรียน

พวกเซลอนิเมก็มี ด้านขวานี่เด็ดที่สุดครับคือ Mandarake Micro ขายพวกตุ๊กตุ่นจิ๋วเช่นพวก คินนิคุแมนครับกำลังฮิตมากๆ บ้านเราหาได้ตามร้านขายขนมหน้าโรงเรียน

Mandarake New Special จะเหมือนกับร้าน Special แรกแต่จะเน้นของเล่นมากกว่าครับ แล้วก็มีเจ้าหุ่นหมายเลข 28 อยู่หน้าร้านเป็นสัญลักษณ์

Mandarake New Special จะเหมือนกับร้าน Special แรกแต่จะเน้นของเล่นมากกว่าครับ แล้วก็มีเจ้าหุ่นหมายเลข 28 อยู่หน้าร้านเป็นสัญลักษณ์

    จบเรื่องของร้าน Mandarake เอาไว้ประมาณนี้ก็แล้วกันครับ คือผมเองก็ไม่อาจจะอธิบายออกมาได้หมดว่าแต่ละร้านมันมีอะไรบ้าง เพราะว่าของมันเยอะจริงๆ ก็เลยว่าถ้ามีโอกาสก็อยากให้เพื่อนๆ ได้ไปดูครับ สำหรับท่านที่ไม่มีโอกาสได้มาถึง Nakano นี้ร้าน Mandarake นั้นมียังมีอีกหลายสาขาครับ แต่ว่าผมไม่สะดวกที่จะถ่ายรูปมาเท่าไหร่ เนื่องจากว่าร้านที่อื่นๆ เขาจะอยู่ในพื้นที่เดียวกันหมดแล้วเขาห้ามถ่ายรูป อย่างเช่น Mandarake สาขาที่ Shibuya ซึ่งอยู่ใต้ดินนั้นก็มีของเยอะเช่นเดียวกัน หรือว่าที่เพิ่งเปิดล่าสุดอย่าง Mandarake Complex ที่สาขา Akibahabara นั้นก็มีของเยอะมากพอๆ กับที่ Nakano นี้เพราะว่ามีพื้นที่ตึกถึง 8 ชั้น แต่ว่าจะไม่ค่อยมีของพวกเก่าๆ มากนักมีแต่ของใหม่ๆ เป็นหลัก รวมถึงที่ Ikebukuro ก็มี (แต่นั่นจะเน้นของ Y เป็นหลัก) ก่อนจะจากกันไปผมขอแนะนำร้านโปรดของผมที่ Nakano ให้ดูพอหอมปากหอมคอก็แล้วกันครับ

ร้านนี้อยู่ตรงข้ามกัน

ร้านนี้อยู่ตรงข้ามกัน

      อย่างที่บอกว่าผมพาขึ้น Nakano Broadway มายังชั้น 3 เลย แต่จริงๆ แล้วตึกนี้ชั้นสองก็มีของขายครับ เผลอๆ จะเยอะยิ่งกว่าของ Mandarake เสียอีก ต้องเดินดูเอาเองครับ อย่างสองร้านที่เห็นในรูปนี้จะอยู่ตรงข้ามกันครับ ร้านทางซ้ายนั้นจะมีของขายหลายๆ อย่างมาก ก่อนจะซื้อผมแนะนำว่าควรจะมีราคาในหัวก่อนว่าของที่อยากได้ราคาเท่าไหร่ จะได้รู้ว่าที่ซื้อนั้นถูกจริงๆ ไหม แต่ร้านนี้มักจะมีของดีๆ แปลกๆ มาลดราคาขายเสมอ อย่างเช่นวันนั้นที่ไปผมเจอฟิกเกอร์ Otome Dama ที่ออก Arika จาก My-Otome ขายคู่กับ Tomoe แค่ 2,000 เยนเท่านั้น ถูกมากๆ แต่ว่าผมไม่มีมือจะถือแล้วก็เลยไม่ได้ซื้อมาน่าเสียดาย ส่วนร้านตรงกันข้ามนั้นจะเน้นแต่การขายสินค้าของเล่นเด็กครับ พวกเข็มขัดไรเดอร์,เบย์เบลด,จิ๊กซอว์ เรียกว่าสินค้าเด็กๆ ที่ร้านอื่นในตึกนี้ไม่ขาย ร้านนี้ขายอยู่ร้านเดียวครับ ถ้าใครคิดจะหาของประเภทนี้หาได้จากร้านนี้เท่านั้นครับ จุดเด่นคือมีจิ๊กซอว์อยู่หน้าร้านเยอะ มากี่ปีๆ ก็ไม่เคยเปลี่ยน

Recomint และ Havikoro Toy

Recomint และ Havikoro Toy

      อันดับต่อมาเป็นร้าน Recomint ครับ ร้านนี้เป็นพวกร้านขาย DVD อนิเมหรือว่า CD เพลงการ์ตูนมือสอง เน้นย้ำว่าขายแต่การ์ตูนอย่างเดียวครับ ร้านนี้จะเป็นร้านเครือเดียวกับร้าน Fujiya ดังนั้นแล้วจึงสามารถที่จะบัตรสะสมแต้มร่วมกันได้ ราคาขายของพวกนี้รับประกันว่าถูกกว่าร้านทั่วไปแน่ครับ และก็จะมีการแจ้งด้วยครับว่าสภาพแผ่นข้างในเป็นยังไงของแถมครบหรือไม่ จริงๆ แล้วของ Mandarake ก็มีร้านขายแบบนี้ แต่จากการลองวัดราคาดูแล้วก็พบว่าของ Recomint มักจะถูกกว่าครับ อีกหนึ่งร้านที่ผมว่าถูกก็คือร้าน Liberty ที่มีสาขาเยอะที่สุดที่ Akihabara ครับ ซึ่งล่าสุด Liberty ก็มาเปิดที่ Nakano แล้วแต่ว่ามีแต่ฟิกเกอร์มาอย่างเดียวเท่านั้นครับ ส่วนรูปทางด้านขวานั้นคือ Havikoro Toy ครับ ร้านนี้จะมีทั้งของพวกกาชาปอง และพวก Prize ใหม่ๆ ขายเยอะครับ สำหรับกาชาปองนั้นเราจะเลือกได้ว่าเอาเป็นเซ็ทหรือว่าแยกตัวก็ได้ ซึ่งเป็นการวัดความนิยมของตัวละครด้วยราคาครับ อย่างของ K-ON! ที่นึกๆ ว่าของ mio จะแพงสุดกลับกลายเป็นว่ากาชาปองของอาสึเนี้ยวแพงที่สุดครับ แต่ถ้าเทียบราคาค่าเงินแล้วกาชาปองนั้นซื้อที่ฮ่องกงจะถูกกว่าเยอะเลยครับ เพราะว่าที่นั่นด้วยค่าเงินแล้วจะถูกกว่า ติดก็ตรงมีแบบให้เลือกน้อยกว่าเท่านั้นเอง ร้านนี้ยังมีของ Prize ครบชุดแปลกๆ หลายอย่าง แต่ก่อนจะซื้อแนะนำว่าให้สำรวจราคาให้เรียบร้อยก่อนซื้อเพราะว่าโดยพื้นฐานแล้วร้านนี้จะแพงที่สุด ร้านอื่นอาจจะถูกกว่าแต่ว่าได้ไม่ครบก็มี แต่รวมๆ แล้วร้านนี้ของดี ราคาถูกใจครับ

ร้าน Robotron และ Haruya

ร้าน Robotron และ Haruya

      Robotron ร้านนี้จะอยู่ชั้น 3 ครับ อยู่มุมลึกๆ ในสุดเลย รูปแบบสินค้าจะไม่ค่อยแตกต่างจากร้าน Havikoro มากนัก เพราะว่ามีกาชาปองเหมือนกัน แต่ว่าสินค้าอย่างอื่นมีความหลากหลายมากกว่า เช่นพวกชุดผ้า หรือว่าฟิกเกอร์ รวมถึงของสัพเพเหระอีกมากมาย ผมเคยมาได้ Figma ของ Nanoha,Shana และ Hayate ที่นี่ในราคา 50% ด้วยนะครับ ราคาถูกแบบน้ำตาไหลเลยไม่รู้ว่าได้มาได้ยังไง (ไม่ใช่ของปลอมนะ แม้จะรู้ว่ามีข่าวว่าปลอมกันก็เถอะ) ร้านนี้ถ้ามีโอกาสก็ต้องแวะมาเหมือนกันครับ ส่วนร้านทางขวานั้นเป็นร้านไม้ตายของไม้ตายก่อนจะกลับครับ เป็นร้านหนังสือชื่อ Haruya ครับ เป็นร้านหนังสือปกติที่ไม่ควรจะตั้งอยู่ในนี้ได้ แต่ร้านนี้อยู่ข้างๆ ร้าน Mandarake ที่ขายหนังสือ ดังนั้นถ้าหาหนังสือที่ Mandarake ไม่เจอก็ต้องซื้อที่นี่ในราคาเต็ม + ภาษีแหละครับ
      พอเสร็จสมอารมณ์หมายแล้วสิ่งสำคัญต่อจากนี้ก็คือการส่งมันกลับประเทศครับ หากท่านซื้อหนังสือแบบบ้าคลั่งเช่นผมแล้วท่านจะรู้เลยว่าน้ำหนักมันจะเกินแน่นอน เพราะว่าโดยปกติผมซื้อหนังสือทีนึงไม่เคยต่ำกว่า 20 กว่าโล ถ้าขนขึ้นเครื่องบินแล้วก็ไม่ต้องซื้ออย่างอื่นกันพอดี ผมเลยใช้วิธีส่งไปรษณีย์ทางเรือ (Surface) แทน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3 อาทิตย์ในการขนส่งถึงบ้านเรา สำหรับการซื้อของทาง Nakano นั้นก็ค่อนข้างจะสะดวกมาก เพราะเพียงแค่ออกจากตึกมาทางด้านขวาก็จะเจอไปรษณีย์ใกล้ๆ ครับ แต่ต้องไม่ลืมว่าเขาปิดกันถึงแค่ 5 โมงเท่านั้นซื้อเพลินเกินเวลาส่งไม่ทันก็ไม่รู้จะช่วยยังไงนะครับ

หันหน้าเข้าตึกเดินเข้าไปให้สุดจะอยู่ทางขวาครับ ใกล้มากๆ

หันหน้าเข้าตึกเดินเข้าไปให้สุดจะอยู่ทางขวาครับ ใกล้มากๆ

ส่วนมากเป็นหนังสือกันดั้มครับ งวดนี้ถือว่าซื้อน้อย

ส่วนมากเป็นหนังสือกันดั้มครับ งวดนี้ถือว่าซื้อน้อย

      ส่วนค่าเสียหายในครั้งนี้ ที่ยอมแบกกลับมาเอง มี Into the Sky รวมภาพของอ.ฮารุฮิโกะ มิกิโมโต้,Unicorn Guide Book สำหรับทำงานปีหน้า,หนังสือกันดั้ม 1 ปีของ Gakken,รวมภาพของอ.คิตาสึเมะ คนเขียน CDA,Masterpiece of DoubleZZ ของ Softbank,รวมภาพ Fusion Work ของ Volk ที่ปั้นในกันดั้มให้ BANDAI พวกนี้ไม่ได้ส่งพัสดุกลับมาเพราะเล่มใหญ่เปลืองพื้นที่ (ซึ่งที่ส่งกลับมาจะมีพวก Light Novel ซะเยอะ หนักมาก ^_^) เอาเป็นว่าขอลาใน Entry นี้ไปเท่านี้ก็แล้วกันครับ

ปิดท้ายกันด้วย Mobip ของ K-ON! ที่ออกมาครบวงแล้ว

ปิดท้ายกันด้วย Mobip ของ K-ON! ที่ออกมาครบวงแล้ว

ความแตกต่างระหว่าง EVANGELION CHRONICLE ฉบับภาษาไทยและญี่ปุ่น

July 3rd, 2009 by dexpress

ผู้ช่วยพรีเซนท์ของเรา น้องนัทสึกิ คาโต้ครับ

ผู้ช่วยพรีเซนท์ของเรา น้องนัทสึกิ คาโต้ครับ

กลับมาตามที่สัญญากันเอาไว้คราวที่แล้วนะครับว่าเอนทรีนี้จะมาบอกถึงความแตกต่างระหว่าง EVANGELION CHRONICLE ฉบับภาษาไทยและญี่ปุ่นกันครับ
ตามที่เรียนให้ทราบในเอนทรี่ที่แล้วว่าหนังสือ EVANGELION CHRONICLE ที่ออกในญี่ปุ่นนั้นออกวางจำหน่ายกันเป็นรายปักษ์แต่ของเรานั้นออกวางจำหน่ายเป็นรายเดือน นั่นคือข้อแตกต่างจากของเราอย่างหนึ่ง
ส่วนอีกอย่างหนึ่งนั้นก็คือหนังสือของญี่ปุ่นนั้นเป็นแบบหนังสือแบบ “Binder” ครับ

ด้านซ้ายคือของญี่ปุ่น ขวาคือของไทยครับ

ด้านซ้ายคือของญี่ปุ่น ขวาคือของไทยครับ

Binder คืออะไร? พูดให้สั้นๆ ง่ายๆ ว่ามันถูกจัดทำออกมาเป็นหนังสือที่ให้ฉีกออกจากเล่มครับ งงไหมครับ? คือเนื้อในหนังสือกับปกนั้นจะถูกเย็บมาด้วยกาวแบบหลวมๆ แล้วมีการเจาะรูข้างในเล่ม เพื่อให้นักอ่านที่ซื้อไปนำไปแยกฉีกแล้วเก็บสะสมในแฟ้มที่ทำออกมาขายต่างหากอีกทีหนึ่ง โดยในแต่ละเล่มนั้นก็จะถูกจัดแบ่งออกมาเป็นหมวดๆ มีการจัดเนื้อหาให้เข้ากันแต่ละเล่ม เป็นเรื่องสะดวกมากสำหรับคนทำเพราะว่าทำข้อมูลชุดไหนเสร็จก่อนก็พิมพ์ออกมาก่อนได้ แต่สำหรับคนซื้อถ้าพลาดไปซักเล่มงานนี้ก็จ๋อยเพราะว่าข้อมูลก็จะไม่ครบสมบูรณ์ ดังนั้นหนังสือจำพวก Binder นี้จึงไม่ได้มีการทำออกมามากนัก มีไม่กี่สำนักพิมพ์ในญี่ปุ่น ที่ทำหนังสือในรูปแบบนี้

เห็นไหมครับว่าเขาทำเป็นแฟ้มเจาะรูแบบนี้

เห็นไหมครับว่าเขาทำเป็นแฟ้มเจาะรูแบบนี้

ในการจัดทำในรูปแบบภาษาไทยนั้นเมื่อพิจารณาในส่วนของการระบบสายส่งและการจัดเก็บอันเยี่ยมยอดของเรา (ประชดนะ) ทำให้การทำหนังสือในรูปแบบให้ฉีกได้นั้นคงจะไม่เหมาะสมซักเท่าไหร่นัก (เพราะว่าปัจจุบันก็แทบจะฉีกขาดตามแผงได้อยู่แล้ว 55) ดังนั้นเราจึงได้เจรจาคุยกับทางต้นสังกัดลิขสิทธิ์เพื่อขอจัดทำในรูปแบบหนังสือปกติ แน่นอนว่าทางต้นสังกัดเองก็ไม่ได้มีปัญหาใดๆ มิหนำซ้ำยังได้ให้ความช่วยเหลือมากในเรื่องหนึ่งก็คือการจัดเรียงรูปเล่มและเนื้อหาใหม่ เพราะด้วยความที่ตัวเนื้อหาในหนังสือนั้นไม่ได้เรียบลำดับตาม Timeline ที่แท้จริงของเรื่อง อาทิ เช่นในฉบับของญี่ปุ่นนั้นในส่วนของ Tactics Sheet ของเล่ม 1 นั้นจะพูดถึงเรื่องของการรบกับ เทวทูตอันดับ 3 ซากิเอลเป็นอันดับแรก เพราะโดยพื้นฐานแล้วเมื่อคนนึกถึง EVA นั้นจะนึกถึงการรบกับซากิเอลเป็นอันดับแรก แต่ว่าเนื้อเรื่องของ EVA ที่เริ่มจริงๆ นั้นต้องย้อนกลับไปช่วงที่หน่วยสำรวจคัทสึรางิ ไปสำรวจขั้วโลกและทำการทดลองจนทำให้เกิดเซคันด์อิมแพ็ค ดังนั้นหนังสือ EVANGELION CHRONICLE ฉบับภาษาไทยจึงได้รับการจัดเรียงเนื้อหาใหม่ทั้งหมดให้ตรงตาม Timeline ที่เกิดขึ้นจริงๆ ในเรื่อง จนเรียกได้ว่าสามารถอ่านต่อกันเล่มต่อเล่มได้เลยนั่นเอง

ขอบคุณน้องนัตสึกิ คาโต้ที่มาเป็นนางแบบช่วยถือให้ครับ

ขอบคุณน้องนัตสึกิ คาโต้ที่มาเป็นนางแบบช่วยถือให้ครับ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของแคมเปญของฟิกเกอร์อายานามิ เรย์ที่เราเอามาขายราคา 750 บาท นั่นแหละครับ ในญี่ปุ่นนั้นในส่วนการซื้อฟิกเกอร์ตัวนี้เองก็ยุ่งยากไม่น้อยเช่นกัน เพราะว่าต้องตัดชิ้นส่วนจากหนังสือเล่ม 1 และ 2 มารวมกันแล้วส่งไปรษณียบัตรไปเพื่อแลกซื้อในราคา 1,500 เยน พร้อมบวกค่าส่งอีก 480 เยน รวมแล้วก็ 1,980 เยน (คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 693 บาท) แต่ของเรานั้นถ้าสมัครสมาชิกหนังสือเล่ม 1-15 แล้วจะลดราคาเหลือตัวละ 400 บาทเท่านั้นเอง ผมว่ามันก็คุ้มค่ากันดีแล้ว (มั้งนะ)

บูธชั้น 2 นะครับไม่ใช่ชั้น 1 ยาวเฟ้ยต่อกัน 8 บูธเลย

บูธชั้น 2 นะครับไม่ใช่ชั้น 1 ยาวเฟ้ยต่อกัน 8 บูธเลย

เรื่องสำคัญก็คือราคาครับ หนังสือ EVANGELION CHRONICLE ชุดนี้ในญี่ปุ่นหากคุณซื้อทั้งชุดแล้วละก็จะต้องใช้เงินประมาณ 20,600 เยน ตกเป็นเงินไทยราวๆ 7,210 บาท แต่ของไทยเราถ้าซื้อครบก็ใช้เงินแค่ 2,700 บาทเท่านั้นเอง ผมเองก็ไม่ได้อยากจะมาชี้แจงว่าหนังสือเราราคาถูกแล้วเมื่อเทียบกับญี่ปุ่น ดังนั้นจงซื้อซะ! อะไรอย่างนั้นนะครับ แต่ว่าอยากจะบอกให้เห็นว่าในราคาเท่านี้กับข้อมูลกว่า 960 หน้า ตกเฉลี่ยแล้วหน้าละ 2.81 บาทนั้น ไม่น่าจะเกินเลยไปเลยกว่าการที่แฟนๆ EVA จะซื้อกันได้ ถ้ายังไม่มั่นใจว่าหนังสือหน้าตาคุ้มค่าไหมที่จะซื้อ ยังไงก็ขอเชิญไปดูตัวอย่างเล่ม 1-3 ได้ที่งานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 7 (Book Festival for Young People 2009) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 ก.ค. 2552 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้ครับ ปีนี้เรามีไปฝากขายที่บูธของอีคิวพลัส โซน C2 บูธ F48 ตรงข้ามกับบูธของอมรินทร์ มีโอกาสก็ไปเลือกหยิบเลือกชม หรือถ้าชอบใจก็สมัครเป็นสมาชิกกันได้ (โฆษณาอีกแล้วแฮะๆ) รวมถึงจะหาซื้อหนังสือเก่าๆ ของบริษัทแม่ที่เคยออกไปแล้วอย่าง Gundam SEED Destiny Official File หรือว่า Mobile Suit Z Gundam - A New Translation - LEGEND of Z (ที่โค-ตะ-ระหายาก สมชื่อตำนานจริงๆ) ก็มีขายเช่นกันครับ

จากซ้ายคือ Masked Rider Offficial Data file,Ultraman Official Data File,Macross Chronicle และ Gundam Fact File

จากซ้ายคือ Masked Rider Offficial Data file,Ultraman Official Data File,Macross Chronicle และ Gundam Fact File

ปิดท้ายเอนทรีนี้จากประโยคข้างต้นที่ว่า “ดังนั้นหนังสือจำพวก Binder นี้จึงไม่ได้มีการทำออกมามากนัก มีไม่กี่สำนักพิมพ์ในญี่ปุ่น ที่ทำหนังสือในรูปแบบนี้” คำถามก็คือว่าเคยมีหนังสือเกี่ยวกับการ์ตูนอะไรออกมาแล้วบ้าง บก.ใจดีของเราก็เลยเอามาให้ดูครับ เพราะว่าแกมีเก็บเอาไว้หมดทุกเล่มตามรูปด้านล่างนี่เลย แกบอกว่าอีกซีรีส์เดียวที่ยังขาดอยู่ก็คือนินจาวิทยาศาสตร์ กัชช่าแมน ไว้ถ้ามีโอกาสผมจะขโมยเอาหนังสือของแกมารีวิวให้ดูกันครับว่าแต่ละเล่มเป็นยังไง รวมถึงหนังสือในคลังอื่นๆ ของแกด้วยครับ ไว้เจอกันใหม่ครับ

 
© Copyright : Dream Express [DEX] Co.,Ltd. All Rights Reserved | Term & Conditions | Contact Us